หนุ่มใหญ่มาดเซอร์ แต่งตัวสไตล์ลูกทุ่งบรรจงพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอิเล็กโทนผสานกับเสียงดนตรี หลากชนิดก่อให้เกิดท่วงทำนองเรียบง่าย สนุกสนานก่อนเริ่มขับขานบทเพลง "เราเป็นคนไทย" ...."ความคิดของเราต่างกันต่างมุมกันแล้วไง แต่เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่กินในเมืองไทย...........ฯลฯ" จังหวะดนตรีสนุกๆ ทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะขยับแข้งขยับขาไปตามจังหวะเพลง

เช่นเดียวกับเสียงร้องทุ้มๆ ฟังสบายๆ ซึ่งเป็นที่คุ้นหูของหลายคนเพราะเจ้าของเสียงร้องและผู้แต่งเพลงนี้คือ "เพชร โอสถานุเคราะห์" นักร้องและนักดนตรีชื่อก้องของเมืองไทยเจ้าของเพลง "เพียงชายคนนี้(ไม่ใช่ผู้วิเศษ)" ปัจจุบันเป็นประธานบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (มกท.) กลับมาสวมบทนักร้องนักดนตรีอีกครั้งในวันแถลงข่าวเปิดตัวเพลง "เราเป็นคนไทย" เมื่อเร็วๆ นี้ที่ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท
"เพชร" เล่าถึงที่มาและเป้าหมายของบทเพลง "เราเป็นคนไทย" ว่า คิดว่าเอกลักษณ์บางอย่างของคนไทยหายไปไม่ว่าจะเป็นความเอื้ออาทร ความเป็นมิตร สามัคคี ก็มาคิดว่าจะทำอะไรดีที่จะช่วยดึงเนื้อแท้ของคนไทยให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้งสันติภาพและความสงบสุขที่เราเคยมี
กระทั่ง อ.สรรเสริญ มิลินทสูต คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ มาเป็นผู้จุดประกายในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์น่าจะทำโปรเจกท์สร้าง สรรค์สัก 1 โปรเจกท์เพื่อบรรเทาความคิดเรื่องการแบ่งแยกของคนไทย โครงการ "เราเป็นคนไทย" จึงเป็นโครงการพิเศษเพื่อชาติของ ม.กรุงเทพ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทีมงานของมหาวิทยาลัยและเพื่อนๆ หลากหลายวงการ เช่น เพลง ภาพยนตร์ และบันเทิงมาช่วยผลิตเพลงและมิวสิกวิดีโอจนสำเร็จลุล่วงและเพชรกำลังแต่ง เพลงที่สองชื่อว่า "สันติภาพอยู่ไหน" ที่มีเนื้อหาค่อนข้างลึกและกินใจ
"ผมเลือกทำในสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของผมคืองานเพลง ใช้เพลงเป็นสื่อเพราะเข้าถึงใจคนได้ง่าย ผมใช้เวลาแต่งเพลง เราเป็นคนไทย 15 นาทีขณะเล่นเปียโน ที่ตั้งชื่อ "เราเป็นคนไทย" เพราะเราทุกคนมีความเป็นคนไทยเท่า กัน ทุกคนไม่ต้องการความรุนแรง ต้องการสันติภาพและความสงบสุข ผมแค่หวังว่าใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงนี้เพียงแค่ 5 นาทีที่คุณอยู่กับมันแล้วคุณยิ้มได้ ไม่คิดเรื่องความขัดแย้งใดๆ เท่านี้ก็น่าพอใจแล้ว เมืองไทยจะสงบได้เราต้องถอยคนละก้าวด้วยใจ ลดความรุนแรง รับฟังความเห็นคนอื่น คิดว่าทำยังไงเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้เหมือนเนื้อเพลงท่อนฮุกที่ว่า ถอยมาสักนิดมาแลดูจิตใจ...ยังไงเธอกับฉันล้วนเป็นคนไทย"

"เพชร" บอกด้วยว่าโครงการ "เราเป็นคนไทย" เป็นเพียงจิ๊กซอว์หนึ่งเท่านั้น หาก ม.กรุงเทพดำเนินการโดยลำพัง จะเกิดพลังไม่เพียงพอที่จะนำพาสังคมไทยให้คืนสู่สันติภาพและความสงบสุข จึงอยากให้หน่วยงานรัฐและเอกชนมาช่วยกันเผยแพร่สู่สังคม และถ้านักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ จะเข้ามาร่วมกับนักศึกษา ม.กรุงเทพขยายผลเป็นเครือข่ายนักศึกษาและมีโครงการเฉพาะขึ้นมา ม.กรุงเทพก็ยินดีสนับสนุนเต็มที่
หนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของเพชรคือ "น้องแฌง" ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ วัย 16 ปี ลูกชายคนเล็กซึ่งรับบทเป็นที่ปรึกษาคอยแนะนำพ่อเพชรในการแต่งเนื้อร้องและ ทำนองเพลง "เราเป็นคนไทย" ให้ลงตัว อีกทั้งยังช่วยเล่นดนตรี เชื่อว่าหลายคนน่าจะชอบเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ฟังและจำได้ง่าย ช่วยให้คนไทยได้พักใจสัก 5 นาที ลืมว่าในใจคิดอะไรและคิดแค่ว่าเราเป็นคนไทย ซึ่งดนตรีเป็นสื่อสำคัญช่วยให้คนในทุกชาติ ทุกภาษาเข้าใจกัน
"ทีน" พิมพ์มนัส พิมสามสี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ ม.กรุงเทพ ซึ่งมาร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอเพลง "เราเป็นคนไทย" บอกว่า ภูมิใจที่ได้มาแสดงมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เพราะช่วยให้คนไทยรักและสามัคคีกันมากขึ้น เราเป็นคนไทยเหมือนกันควรรักกันมากๆ เริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติ เลิกคิดแต่ในด้านตัวเอง รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นและเข้าใจกันให้มากกว่า
"แบงค์" ศิริชัย แซ่เบ๊ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ ม.กรุงเทพ ซึ่งร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอเพลง "เราเป็นคนไทย" เช่นกัน เชื่อว่าเมื่อคนไทยได้ฟังและดูมิวสิกวิดีโอเพลงนี้แล้ว จะช่วยให้ฉุกคิดได้ว่าทุกคนเป็นคนไทยต้องรักและสามัคคีกัน ซึ่งต้องเริ่มจากตัวเราก่อนเลิกคิดแบ่งแยก คิดว่าเมื่อเป็นคนไทยก็ต้องรักกัน
